พระเอกออกโรง "S-Class UI"

posted on 11 May 2009 09:55 by iamarte

พูดถึง S-Class บางคนอาจคิดไปถึงเรื่องรถสุดหรูจากค่าย Mercedes

มันไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เราจะคุยกันวันนี้หรอก

เพราะนี่เป็นบล็อกเกี่ยวกับเทคโนโลยีสื่อสารครับ

สมัยนี้มือถือจะสวยแต่ภายนอกอย่างเดียวไม่ได้แล้ว

เมนูอะไรต่างๆ ตลอดจนการทำงานภายในต้องดึงดูดด้วย

เพราะไอโฟนตัวเดียวนั่นแหละที่ทำให้เกิดกระแสอันนี้ขึ้นมา

ใครจะบอกว่ามันทั้งคู่เทียบกันไม่ได้

อย่าเสียเวลาห้ามผมเลย เพราะขนาด LG ยังคิดจะลอก UI ของ OSX มา

แล้วประสาอะไรกับผู้ใช้อย่างเราที่จะเอาไปเปรียบเทียบ

แถมสวยอย่างเดียวไม่ได้ด้วยนะ

ต้องสั่งงานแบบเท่ๆ ด้วยการเอานิ้วจิ้มได้ด้วย

สมัยนี้ปากกาสไตลัสโดนตัดความสำคัญออกไปแทบจะหมดแล้ว

เหมือนพระเอกละครโดนหั่นค่าตัวประมาณนั้นเลย

 

หลังจากปลดล็อคหน้าจอด้วยแตะแถบ Lock Screen ค้างไว้แล้ว

หน้าแรกที่เจอจะเรียกว่า Homescreen ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 หน้า

ได้แก่ Shortcut - Widget - Contacts - Multimedia

เราสามารถเลือกให้หน้าไหนเริ่มต้นก็ได้ สมมุติว่าฟังเพลงและดูภาพบ่อย

ก็เปิดหน้า Multimedia เป็นหน้า default

มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละหน้าเป็นมีลักษณะอย่างไรบ้างครับ

 

Shortcut (ทางลัด)

ให้เราใส่ไอคอนเมนูลัดที่ใช้่บ่อยไว้บนหน้านี้ 9 รายการ

ลักษณะการใช้งาน Homescreen มีคำสั่งอยู่อันนึงที่ใช้ได้ทุกหน้า

นั่นคือการ edit ครับ เพียงกดที่ไอคอนแช่เอาไว้สักพัก

ประเดี๋ยวเราก็จะแก้ไขไอคอนต่างๆ เหล่านี้ได้แล้ว

 

Widget

สมัยนี้มือถือเกาหลีรุ่นที่เป็นจอสัมผัสแทบทุกรุ่นต้องมี Widgets

มันคือเครื่องมือต่างๆ ที่วางตัวอยู่บนหน้าจอหลักนี่แหละ

ทำให้เราเรียกใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้สะดวก

ถ้าถามว่ามันต่างกับเมนูลัดเมื่อกี๊ยังไง

ผมว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับการมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction)

และทำงานแบบออนไลน์ได้นะ

อย่างนาฬิกาก็จะมีการเคลื่อนไหวแบบอนาล็อก

ช่องสำหรับเช็คสภาพอากาศก็จะถูกอัพเดตเมื่อเราต่ออินเทอร์เน็ต

สำหรับ Arena แล้ว จะมี Widgets ให้ใช้แค่ 9 อัน ตามภาพที่เห็นเลย

 

Contacts

เป็นแหล่งรวบรวมรายชื่อที่ใช้บ่อยเข้าไว้ด้วยกัน

แถมใส่ภาพให้เห็นหน้ากันแบบเต็มๆ

นอกจากนี้ยังเลือกแสดงเป็นรายการแบบวงแหวน

จะโทรออกหรือส่ง SMS ไปยังเบอร์ไหนก็จิ้มที่ภาพ

หรือเรียงเป็นตับแบบ Grid ก็ยังได้

 

Multimedia

หน้ามัลติมีเดียจะถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งนึงคือเพลง ฝั่งนึงคือภาพ

อันที่จริงมันแสดงแบบ Grid ได้ด้วยนะ แต่ผมไม่ได้ถ่ายมาให้ดู

เมื่อแตะไปที่แถบเพลง เพลงจะเล่นขึ้นมาทันที

พร้อมแสดงปกอัลบั้มเป็นรูปซีดีหมุนๆ เหมือนเครื่องเสียงตัวใหญ่

หากแตะไปที่แถบภาพ แกลเลอรี่ขนาดเล็กจะลอยขึ้นมา

โดยที่ทั้งคู่ยังไม่ใช่เครื่องเล่นเพลงและแกลเลอรี่หลัก

นอกจากนี้เรายังเลือกภาพและเพลงที่เป็น favorites ได้ด้ว

 

ในกรณีที่อยากเปลี่ยนหน้า Homescreen แบบเร็วหน่อย

ให้แตะปุ่มตรงกลางเพื่อเรียกโฮมสกรีนแบบ Cube ออกมา

ทีนี้จะหมุนไปทางไหน ซ้ายทีขวาที เอาให้มึนก็ไม่ว่ากัน

 

 

การตั้งค่าในส่วนของ Homescreen ตามที่บอกไว้แล้ว

เลือกเอาตรงนี้เลยว่าจะให้หน้าไหนเป็นหน้าหลัก

 

อีกครั้งที่ UI ของ LG สามารถปรับขนาดฟอนท์ให้ใหญ่ขึ้นได้

เห็นแถบด้านล่างมีให้เปลี่ยนรูปแบบฟอนท์ด้วย

แต่ข้างในยังไม่มีอะไรให้เลือกนอกจาก Gothic ครับ

คาดว่าจะตามมาใน F/W เวอร์ชั่นต่อๆ ไป

 

ดูกันอีกนิดว่ามันยังตั้งค่าหน้าจอยังไงได้บ้าง

 

เนื่องจากเป็น Full touch-screen phone การโทรออกจึงต้องจิ้มเอา

ผ่านคีย์แพดนี้ แล้วคุณเห็นระบบ Smart Search ไหมครับ

รุ่นนี้ดีตรงที่มันหาเบอร์ได้แบบฉลาดสุดๆ คือ กดลัดจากชื่อหรือเบอร์ก็ได้

สมมุติผมจะโทรหา Doraemon ก็กดแค่ 3(D) - 6(O) - 7(R) - 2(A)

เบอร์ก็จะแสดงขึ้นมาให้แล้ว หรือในกรณีที่จำเบอร์ได้ 

ให้เราจิ้มเบอร์ตามปกติเลย ในที่นี้ได้แก่ 0812222222 พิมพ์ไปแค่ 4 ตัว

เดี๋ยวมันก็ค้นให้เราเองโดยอัตโนมัติ

 

แสดงประวัติการใช้สายด้วยรายการแบบนี้ครับ

ถ้าอยากโทรออก ให้กดปุ่มรูปโทรศัพท์เขียวๆ ด้านข้างได้เลย

เบอร์โทรเข้าจะแสดงเป็นรูปลูกศรสีน้ำเงินชี้หาโทรศัพท์

เบอร์โทรออกแสดงด้วยลูกศรสีเขียวชี้ออกจากโทรศัพท์

ส่วนเบอร์ไม่ได้รับเป็นรูปจุดๆ

อ้อ มันยังเก็บประวัติการใช้ข้อความของเราไว้ด้วยนะ

สังเกตได้จากรูปซองจดหมายในภาพครับ

 

สมุดโทรศัพท์ครับ เอามาให้ดูนิดนึงก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากันเต็มๆ ในรีวิวฉบับหลังๆ

 

การพิมพ์ข้อความต้องอาศัย virtual keyboard

ระบบสะกดคำ T9 จะใช้ได้เฉพาะตอนเราเปิดโหมด virtual keypad

หรือคีย์แพดในแนวตั้งอยู่

ส่วนแนวนอนยังต้องจิ้มเอาเหมือนคีย์บอร์ดปกติ

เสียดายที่ภาษาไทยเรียงกันแปลกๆ นี่ด้วยสิ

อย่างตัว ถ ก็ต้องกดซ้ำที่คีย์เดิม 3 ที ความเร็วในการพิมพ์จึงตกไปบ้าง

 

เมนูภาษาไทยครับ

LG เป็นมือถือที่ใช้ฟอนท์ไทยสวยสุดแล้ว เพราะมันคือ Tahoma นั่นเอง

 

เมนูแนวตั้งแบบเต็มๆ เรียงตัวเป็นตารางกริด (Grid)

หรือแบ่งออกเป็น 4 แถว (4 rows) ในแต่ละแถวสามารถเลื่อนซ้ายขวาได้

เพื่อเลือกไอคอนที่ซ่อนอยู่ ถ้าอยากเห็นไอคอนแบบเต็มชุด

ให้ตะแคงเครื่องเป็นแนวนอนฝั่งไหนก็ได้

ทีนี้เมนูทั้งหมดจะถูกแสดงขึ้นมาครับ

 

 

การแตะหน้าจอในแต่ละครั้ง เครื่องจะทำการสั่นเตือน (Haptics feedback)

และมีเสียงร้องกุ๊งกิ๊ง ทั้งหมดเราสามารถปิดได้ถ้าไม่ต้องการ

ทั้งยังประหยัดแบตด้วยนะ

 

ล็อคแอพพลิเคชั่นไว้ด้วยรหัสผ่าน ถ้าไม่อยากให้ใครยุ่มย่ามกับโทรศัพท์เรา

ก็เปิดฟังก์ชั่นนี้ไว้

 

การตั้งวันที่และเวลา คุ้นๆ ว่าเหมือนของไอโฟนไหมครับ

อย่างนี้จะไม่ให้ผมเปรียบเทียบอีกเหรอ!!!

 

Memory manager เราสามารถตรวจสอบขนาดของไฟล์ทั้งหมดได้ที่นี่

หน่วยความจำหลักที่ใช้ในการเก็บคอนเทนท์ของ Arena 

มีมากถึง 8 กิกะไบต์เลยทีเดียว

 

การทำงานแบบ Multitasking ของ Arena ยังดูไม่ค่อยสมบูรณ์

เพราะสามารถเปิดได้เฉพาะโปรแกรมบนหน้านี้เท่านั้น

แถมเปิดได้พร้อมกัน 2 อันแค่นั้นเอง

โปรแกรมไหนเปิดอยู่ ไอคอนที่เห็นจะเต้นกระดุ๊กกระดิ๊กเรียกร้องความสนใจ

ถ้าต้องการปิดโปรแกรมที่เปิดค้างอยู่ให้หมด เพียงเลือก End all ที่ด้านล่างครับ

 

เมื่อแตะไปที่พื้นที่ด้านบนจอแถวๆ แถบแสดงเวลาและแบตเตอรี่

หน้าจอ Status bar จะเด้งออกมา

มันทำหน้าที่อย่างที่เห็นครับ คงไม่ต้องอธิบายนะ

 

 

ทิ้งท้ายไว้กับ YouTube เช่นเคยครับ คราวนี้มี 2 ตอนเน่อ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ

แล้วอย่าลืมไปจองกันล่ะ ใครไม่เอาของแถม ยกให้ผมได้ :P

http://www.lgmobilelover.com/arena.php

 




Comment

Comment:

Tweet