ตอนนี้ถือเป็นภาคเสริมแล้วกัน เพราะจะเอามาให้ดูแค่ 5 ภาพเท่านั้น!

แต่เป็น 5 ภาพที่ผมถ่ายคู่กับกล้องคอมแพคของ Nikon ตัวนึง

ถือเป็นกล้องคู่ใจที่ใช้ทำมาหากินอีกตัวเลยนะเนี่ย

ใจจริงที่เอามาเทียบเพราะอยากให้เห็นความแตกต่างของสีสัน

และการเก็บรายละเอียดในส่วนสว่างและมืด หรือที่เขาเรียกกันว่า

Dynamic Range (DR)

ผลคงไม่ต้องบอกนะครับว่า Arena สู้ได้หรือเปล่า

แต่ลองถามสิว่า Nikon โทรออกและส่ง sms ได้ไหม ฮิฮิ

ทุกรูปถ่ายด้วยความละเอียดเท่ากันที่ 5 ล้านพิกเซล

และควบคุม ISO ให้ต่ำสุด เพื่อไม่ให้ได้เปรียบเสียเปรียบกันครับ

 

 

สิ่งที่เห็นได้คือ ภาพถ่ายของ Arena ยังมีโทนสีแดงอยู่ตรงกลาง

ส่วนรายละเอียดในส่วนมืดแถวใบไม้นั่นหายไปเกือบหมด

เนื่องจากมีคอนทราสท์สูง แทนที่จะเห็นใบไม้เป็นใบๆ เหมือน Nikon

กลับกลายเป็นปื้นดำๆ ไปซะมากกว่า

ถ้ามองเห็นไม่ชัด โหลด ไฟล์นี้ (Arena) และ ไฟล์นี้ (P5100) ไปเทียบกัน

 

 

ภาพถัดมาผมอยากให้ทุกท่านดูรายละเอียดในส่วนสว่างครับ

ในวงกลมวงเล็กซึ่งเป็นลายของหลังคาบ้าน พอซูมดูในภาพใหญ่

จะเห็นว่าภาพจาก P5100 เก็บรายละเอียดตรงนี้ได้ดีกว่า

ขณะที่ของ Arena เกือบเป็นปื้นขาวๆ ไปซะแล้ว

ส่วนวงใหญ่นั่นยังเป็นโทนแดงเหมือนเดิม สรุปแล้วคือเป็นทุกภาพ

ดูภาพใหญ่ของ Arena // ดูภาพใหญ่ของ P5100

 

ถาม: มองภาพนี้เห็นอะไร - ตอบ: เห็นแจกัน 3 ใบ เย้ยยยย ไม่ใช่

สิ่งที่ผมอยากสื่อคือในวงกลมสีแดงเหมือนเดิมครับ

ทั้งที่ตรงกลางภาพของ Arena มีความคมอยู่พอสมควร

แต่มุมทั้ง 4 กลับเบลออย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั่งภาพที่ย่อลงมาแล้วก็ตาม

ไม่เชื่อลองมองเทียบกับภาพของ P5100 สิ

เพราะฉะนั้น ถ้าขยายขึ้นมา 100% ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

แถมแจกัน 3 ใบ สีไม่ใกล้เคียงกันเท่าไหร่ด้วย

คงเป็นอิทธิพลจากโทนสีเหมือนที่ผ่านมา

ดูภาพใหญ่ของ Arena // ดูภาพใหญ่ของ P5100

 

นี่เป็นตัวอย่างของระบบ Auto WB ที่ทำงานได้ค่อนข้างช้า

ตามที่ผมบอกไปใน รีวิวตอนที่แล้ว

เห็นได้เลยว่าภาพของ Arena ติดเหลืองซะแบบไม่น่าให้อภัย

เราคงต้องถือกล้องรอซักแป๊บ แต่นี่รอไม่ไหว

เพราะแดดร้อนอิ๊บอ๋าย หรือไม่ก็ส่ายกล้องไปมาให้มันปรับสภาพแสงหน่อย

ดูภาพใหญ่ของ Arena // ดูภาพใหญ่ของ P5100

 

ภาพสุดท้าย เอากล่องไปรษณีย์สีแดงให้ดูกันไปเลย

ไหนๆ ภาพมันก็มีสีโทนแดงตรงกลางแล้ว

รูปนี้ไม่มีอะไรให้ตำหนิครับ (ยกเว้นไอ้ที่ผมถ่ายไม่ได้เรื่อง)

ติงไว้นิดนึงคือ ระบบวัดแสงของกล้องยังโดนพื้นสีขาวด้านหลังหลอก

ทำให้ภาพอันเดอร์ เอ็กซ์โพเชอร์ (มืด) ลงไปนิดหน่อยเมื่อเทียบกับภาพของ P5100

แต่กระนั้น ความคมชัดยังแจ่มแจ๋ว ยังไงลองโหลดภาพใหญ่ดูครับ

ดูภาพใหญ่ของ Arena // ดูภาพใหญ่ของ P5100

 

บทสรุป: ยังไงซะมันก็เป็นกล้องมือถือ

ครั้นจะเอาไปแข่งกับกล้องคอมแพค ดูเหมือนว่าจะข้ามรุ่นกันไปหน่อย

คุณภาพระดับนี้ เมื่อนำมาย่อดูผ่านหน้าจอ PC ถือว่าเยี่ยมแล้วครับ

ติดนิดเดียวตรงที่สีมันเพี้ยนนี่แหละ

ส่วนฟังก์ชั่นอย่างอื่นดีในระดับต้นๆ ของวงการ

มาถึงตอนที่ทุกคนอยากอ่านอีกตอนนึง (โมเมเอาเองนี่หว่า )

หลายคนซื้อมือถือก็เพราะเอามาถ่ายรูปด้วยนะ

เพราะหลายคนชอบถามว่า มือถือรุ่นนั้นรุ่นนี้ถ่ายรูปชัดเปล่า

แต่ไม่ยักถามว่า เสียงคุยดังดีไหม เออ เอากับเขาสิ

 

กล้องของ Arena จัดว่ามีดีพอตัว เรื่องความละเอียดไม่ต้องไปใส่ใจมากนัก

เพราะ 5 ล้านพิกเซลจัดว่ามีขนาดใหญ่มากแล้ว

ผมจะหยิบยกฟังก์ชั่นที่คิดว่าเจ๋งมาสาธยายให้ดู

คงไม่ลงรายละเอียดเยอะๆ เพราะใครต่อใครเขาก็ทำกัน

แต่เน้นให้ดูที่คุณภาพของไฟล์ดีกว่า

 

 

เรื่องแรกขอเป็นระบบ AF หรือ Academy Fantasia เย้ยยยย

ออโต้ โฟกัสต่างหาก อันที่จริง Arena มีระบบโฟกัสเพิ่มมาให้อีก 2 แบบ

นั้นคือ Manual Focus และ Face Tracking

เติมอีกนิดด้วยมาโครที่คนชอบเอาไปถ่ายของกินประจำ

 

แล้วแมนนวล โฟกัสดียังไง? คำตอบคือ

มันช่้วยให้เราโฟกัสภาพได้ตรงจุดมากขึ้นในเคสที่วัตถุที่กำลังถ่าย

"เคลื่อนไหวเร็ว" เกินกว่า AF จะทำงาน

ซึ่งนี่ก็เป็นมือถือยี่ห้อเดียวในตลาดที่ทำได้เลยมั้ง เห็นมีมาตั้งแต่ Viewty แล้ว

การปรับแต่งจะทำได้ตั้งแต่ 0 - 25 ไม่ได้มีหน่วยเป็น cm inch หรือ m

เอาว่า 0 คือใกล้สุด ระยะชัดตื้นจะสูงมาก เหมาะแก่การถ่ายมาโคร

และ 25 คือไกลสุด อันนี้จะตอบสนองการถ่ายวิวได้ดี เพราะมีระยะชัดลึกให้

 

แล้ว Face Tracking ล่ะ

รุ่นนี้ก็มีระบบโฟกัสใบหน้าอัตโนมัติเหมือนกล้องคอมแพค

เพียงแต่ผมคิดว่ามันยังทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพนัก

เพราะแสงน้อยเมื่อไหร่ เป็นอันจอดเมื่อนั้น

แุถมรู้สึกว่าจะโฟกัสได้แค่ใบหน้าเดียวด้วย

ดูหน้าน้องเดียวเป็นตัวอย่างได้ เห็นกรอบเขียวๆ นั่นไหมครับ

 

การถ่ายภาพของรุ่นนี้จะทำงานร่วมกับ accelerometer ด้วย

คือภาพถ่ายแนวตั้งจะถูกแสดงในแกลเลอรี่ในแนวตั้ง

ส่วนภาพถ่ายในแนวนอน ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ทำให้ดูภาพได้สะดวก ถ้าเราอยากรู้ว่าเซ็นเซอร์มันหมุนไปทางไหน

ก็ลองดูที่สัญลักษณ์บน viewfinder ครับ เห็นความแตกต่างหรือเปล่า

 

 

กล้องหน้าที่ใช้สำหรับ VDO calling ในประเทศที่เจริญทางด้านการสื่อสาร

สามารถนำมาใช้ถ่ายภาพที่ความละเอียด 3 แสนพิกเซลได้ด้วย

เพียงแต่ความคมชัดและสีสันเป็นรองกล้องตัวหลักเหมือนรุ่นอื่นๆ น่ะแหละ

 

ลองดูตัวอย่างภาพสิ เอากล้องหน้ามาถ่ายวิวทิวทัศน์...เอ่อ

อย่าให้ขยายเลย ผมขอร้อง

 

มาถึงเรื่อง ISO บ้าง หลายคนอยากเห็นน้อยส์ของภาพ

อยากรู้ว่ามันเนียนแค่ไหน พอจะสู้กล้องคอมแพคได้หรือเปล่า

เดี๋ยวเราจะได้เห็นกันครับ

ในส่วนของการปรับตั้ง Arena รองรับ ISO ระหว่าง 100 - 800

หรือจะเลือกเป็นออโต้ก็ได้

 

อะ ลองดูคุณภาพไฟล์เลย ด้านซ้ายคือ 100 และขวาคือ 800

ถ่ายมาแล้วจัดการครอปที่ 100%

แต่ช้าก่อน คงไม่มีใครซูมภาพที่ 100% ทุกครั้งหรอกนะ

 

การใช้งานโหมดมาโคร เท่าที่ลองถ่ายตัวหนังสือมา

พบว่ามันจะจับโฟกัสได้ที่ประมาณครึ่งไม้โปรหรือ 7-8 cm

 

ในภาพตัวอย่าง ทำไมมีวงแดงตรงกลางภาพหว่า

ภาพเต็มสามารคลิกที่ลิง เอ้ย ลิ้งค์ด้านล่างได้เลยครับ

 http://upload.bluegy.com/uploads/a4000a54e045c724bc112aa47033ba91.JPG

 

แฟลชสามารถเลือกเปิด ปิด หรือใช้อัตโนมัติได้

เนื่องจากว่าไม่ได้เป็นแบบ Xenon อย่างที่ใฝ่ฝันหา

ทำให้มันใช้เป็นไฟส่องสว่างยามถ่ายวิดีโอได้ด้วย

อย่างน้อยในข้อเสียมันก็มีข้อดีล่ะนะ

แถมยังใช้เป็นไฟช่วยโฟกัสในที่มืดได้อีกต่างหาก

 

ระยะทำการของแฟลชที่ 1 เมตร ยังทำให้วัตถุในภาพสว่างขึ้นมาได้พอสมควร

แต่จริงๆ มันก็ไม่ไกลกว่านี้มากหรอก แค่นี้ยังมืดแล้วเลย

http://upload.bluegy.com/uploads/4057c5012fd94b721383978037552052.JPG

 

ความสามารถของกล้องในส่วนอื่นก็ยังมี

ระบบกันสั่น (Image Stabilization) ที่ทำงานไม่เห็นผลสักเท่าไหร่

ภาพนี้ผมถ่ายนาฬิกาในที่ที่มีแสงน้อยมา

แต่เนื่องด้วยว่ามันเป็นกล้องมือถือที่ยังไม่เก่งถึงขั้นว่าปรับสปีดชัตเตอร์ได้

เลยทำได้เพียงแค่การเปิดและปิดระบบกันสั่นแล้วถ่ายรูปมา

เห็นได้ว่าทั้งสองภาพไม่มีความแตกต่างในเรื่องความคมชัด

ทั้งที่ผมครอปมา 100% แล้ว

แถมการเปิดระบบกันสั่นยิ่งทำให้ชัตเตอร์ทำงานได้ช้าลง

สังเกตได้ว่่าเวลากดชัตเตอร์ปุ๊บ ต้องถือเครื่องให้นิ่งไว้ก่อน

ไม่งั้นภาพจะเน่าไปเลยครับท่านผู้อ่าน

 

ที่ใช้งานได้จริงเห็นจะเป็นเรื่องการปรับ White Balance

ลองดูภาพที่ถ่ายจากไวท์บาลานซ์ต่างกันออกไป

ภาพแรกใช้โหมดออโต้ และภาพที่สองเป็น Incandescent

ถ่ายใต้สภาวะแสงที่เป็นหลอดไฟ warm light

ดูแล้วทำงานได้ดีพอสมควรสำหรับระบบปรับสมดุลแสงขาว

 

ฟีเจอร์อื่นที่ยังไม่ได้พูดถึงก็เหลือพวกการใส่ grid lines ลงในภาพ

เพื่อกะตำแหน่งของวัตถุแบบ 2x2 และ 3x3

การใส่เอฟเฟ็คสี การถ่ายแบบ continuous และการใช้ภาครับสัญญาณ GPS 

มาทำงานร่วมไปด้วยใน geo-tagging

ที่เหลือก็งั้นๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ เพราะกล้องมือถือรุ่นอื่นเขาก็มีกัน

 

ในส่วนของการถ่ายวิดีโอ มีอะไรให้เล่นอีกนิดหน่อย

ที่เด่นเลยคือ Arena บันทึกวิดีโอได้บนความละเอียดระดับ HD

ขาเดฟ เอ้ย ไฮเดฟ (720 x 480 px)

เสียดายที่โฟกัสก่อนไม่ได้ แต่ก็มีฟังก์ชั่นอื่นมาทดแทน

 

อาทิ การถ่ายแบบ Slow motion และ Fast motion

ใครจะเอาไป