ตอนนี้ถือเป็นภาคเสริมแล้วกัน เพราะจะเอามาให้ดูแค่ 5 ภาพเท่านั้น!

แต่เป็น 5 ภาพที่ผมถ่ายคู่กับกล้องคอมแพคของ Nikon ตัวนึง

ถือเป็นกล้องคู่ใจที่ใช้ทำมาหากินอีกตัวเลยนะเนี่ย

ใจจริงที่เอามาเทียบเพราะอยากให้เห็นความแตกต่างของสีสัน

และการเก็บรายละเอียดในส่วนสว่างและมืด หรือที่เขาเรียกกันว่า

Dynamic Range (DR)

ผลคงไม่ต้องบอกนะครับว่า Arena สู้ได้หรือเปล่า

แต่ลองถามสิว่า Nikon โทรออกและส่ง sms ได้ไหม ฮิฮิ

ทุกรูปถ่ายด้วยความละเอียดเท่ากันที่ 5 ล้านพิกเซล

และควบคุม ISO ให้ต่ำสุด เพื่อไม่ให้ได้เปรียบเสียเปรียบกันครับ

 

 

สิ่งที่เห็นได้คือ ภาพถ่ายของ Arena ยังมีโทนสีแดงอยู่ตรงกลาง

ส่วนรายละเอียดในส่วนมืดแถวใบไม้นั่นหายไปเกือบหมด

เนื่องจากมีคอนทราสท์สูง แทนที่จะเห็นใบไม้เป็นใบๆ เหมือน Nikon

กลับกลายเป็นปื้นดำๆ ไปซะมากกว่า

ถ้ามองเห็นไม่ชัด โหลด ไฟล์นี้ (Arena) และ ไฟล์นี้ (P5100) ไปเทียบกัน

 

 

ภาพถัดมาผมอยากให้ทุกท่านดูรายละเอียดในส่วนสว่างครับ

ในวงกลมวงเล็กซึ่งเป็นลายของหลังคาบ้าน พอซูมดูในภาพใหญ่

จะเห็นว่าภาพจาก P5100 เก็บรายละเอียดตรงนี้ได้ดีกว่า

ขณะที่ของ Arena เกือบเป็นปื้นขาวๆ ไปซะแล้ว

ส่วนวงใหญ่นั่นยังเป็นโทนแดงเหมือนเดิม สรุปแล้วคือเป็นทุกภาพ

ดูภาพใหญ่ของ Arena // ดูภาพใหญ่ของ P5100

 

ถาม: มองภาพนี้เห็นอะไร - ตอบ: เห็นแจกัน 3 ใบ เย้ยยยย ไม่ใช่

สิ่งที่ผมอยากสื่อคือในวงกลมสีแดงเหมือนเดิมครับ

ทั้งที่ตรงกลางภาพของ Arena มีความคมอยู่พอสมควร

แต่มุมทั้ง 4 กลับเบลออย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั่งภาพที่ย่อลงมาแล้วก็ตาม

ไม่เชื่อลองมองเทียบกับภาพของ P5100 สิ

เพราะฉะนั้น ถ้าขยายขึ้นมา 100% ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

แถมแจกัน 3 ใบ สีไม่ใกล้เคียงกันเท่าไหร่ด้วย

คงเป็นอิทธิพลจากโทนสีเหมือนที่ผ่านมา

ดูภาพใหญ่ของ Arena // ดูภาพใหญ่ของ P5100

 

นี่เป็นตัวอย่างของระบบ Auto WB ที่ทำงานได้ค่อนข้างช้า

ตามที่ผมบอกไปใน รีวิวตอนที่แล้ว

เห็นได้เลยว่าภาพของ Arena ติดเหลืองซะแบบไม่น่าให้อภัย

เราคงต้องถือกล้องรอซักแป๊บ แต่นี่รอไม่ไหว

เพราะแดดร้อนอิ๊บอ๋าย หรือไม่ก็ส่ายกล้องไปมาให้มันปรับสภาพแสงหน่อย

ดูภาพใหญ่ของ Arena // ดูภาพใหญ่ของ P5100

 

ภาพสุดท้าย เอากล่องไปรษณีย์สีแดงให้ดูกันไปเลย

ไหนๆ ภาพมันก็มีสีโทนแดงตรงกลางแล้ว

รูปนี้ไม่มีอะไรให้ตำหนิครับ (ยกเว้นไอ้ที่ผมถ่ายไม่ได้เรื่อง)

ติงไว้นิดนึงคือ ระบบวัดแสงของกล้องยังโดนพื้นสีขาวด้านหลังหลอก

ทำให้ภาพอันเดอร์ เอ็กซ์โพเชอร์ (มืด) ลงไปนิดหน่อยเมื่อเทียบกับภาพของ P5100

แต่กระนั้น ความคมชัดยังแจ่มแจ๋ว ยังไงลองโหลดภาพใหญ่ดูครับ

ดูภาพใหญ่ของ Arena // ดูภาพใหญ่ของ P5100

 

บทสรุป: ยังไงซะมันก็เป็นกล้องมือถือ

ครั้นจะเอาไปแข่งกับกล้องคอมแพค ดูเหมือนว่าจะข้ามรุ่นกันไปหน่อย

คุณภาพระดับนี้ เมื่อนำมาย่อดูผ่านหน้าจอ PC ถือว่าเยี่ยมแล้วครับ

ติดนิดเดียวตรงที่สีมันเพี้ยนนี่แหละ

ส่วนฟังก์ชั่นอย่างอื่นดีในระดับต้นๆ ของวงการ

มาถึงตอนที่ทุกคนอยากอ่านอีกตอนนึง (โมเมเอาเองนี่หว่า )

หลายคนซื้อมือถือก็เพราะเอามาถ่ายรูปด้วยนะ

เพราะหลายคนชอบถามว่า มือถือรุ่นนั้นรุ่นนี้ถ่ายรูปชัดเปล่า

แต่ไม่ยักถามว่า เสียงคุยดังดีไหม เออ เอากับเขาสิ

 

กล้องของ Arena จัดว่ามีดีพอตัว เรื่องความละเอียดไม่ต้องไปใส่ใจมากนัก

เพราะ 5 ล้านพิกเซลจัดว่ามีขนาดใหญ่มากแล้ว

ผมจะหยิบยกฟังก์ชั่นที่คิดว่าเจ๋งมาสาธยายให้ดู

คงไม่ลงรายละเอียดเยอะๆ เพราะใครต่อใครเขาก็ทำกัน

แต่เน้นให้ดูที่คุณภาพของไฟล์ดีกว่า

 

 

เรื่องแรกขอเป็นระบบ AF หรือ Academy Fantasia เย้ยยยย

ออโต้ โฟกัสต่างหาก อันที่จริง Arena มีระบบโฟกัสเพิ่มมาให้อีก 2 แบบ

นั้นคือ Manual Focus และ Face Tracking

เติมอีกนิดด้วยมาโครที่คนชอบเอาไปถ่ายของกินประจำ

 

แล้วแมนนวล โฟกัสดียังไง? คำตอบคือ

มันช่้วยให้เราโฟกัสภาพได้ตรงจุดมากขึ้นในเคสที่วัตถุที่กำลังถ่าย

"เคลื่อนไหวเร็ว" เกินกว่า AF จะทำงาน

ซึ่งนี่ก็เป็นมือถือยี่ห้อเดียวในตลาดที่ทำได้เลยมั้ง เห็นมีมาตั้งแต่ Viewty แล้ว

การปรับแต่งจะทำได้ตั้งแต่ 0 - 25 ไม่ได้มีหน่วยเป็น cm inch หรือ m

เอาว่า 0 คือใกล้สุด ระยะชัดตื้นจะสูงมาก เหมาะแก่การถ่ายมาโคร

และ 25 คือไกลสุด อันนี้จะตอบสนองการถ่ายวิวได้ดี เพราะมีระยะชัดลึกให้

 

แล้ว Face Tracking ล่ะ

รุ่นนี้ก็มีระบบโฟกัสใบหน้าอัตโนมัติเหมือนกล้องคอมแพค

เพียงแต่ผมคิดว่ามันยังทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพนัก

เพราะแสงน้อยเมื่อไหร่ เป็นอันจอดเมื่อนั้น

แุถมรู้สึกว่าจะโฟกัสได้แค่ใบหน้าเดียวด้วย

ดูหน้าน้องเดียวเป็นตัวอย่างได้ เห็นกรอบเขียวๆ นั่นไหมครับ

 

การถ่ายภาพของรุ่นนี้จะทำงานร่วมกับ accelerometer ด้วย

คือภาพถ่ายแนวตั้งจะถูกแสดงในแกลเลอรี่ในแนวตั้ง

ส่วนภาพถ่ายในแนวนอน ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ทำให้ดูภาพได้สะดวก ถ้าเราอยากรู้ว่าเซ็นเซอร์มันหมุนไปทางไหน

ก็ลองดูที่สัญลักษณ์บน viewfinder ครับ เห็นความแตกต่างหรือเปล่า

 

 

กล้องหน้าที่ใช้สำหรับ VDO calling ในประเทศที่เจริญทางด้านการสื่อสาร

สามารถนำมาใช้ถ่ายภาพที่ความละเอียด 3 แสนพิกเซลได้ด้วย

เพียงแต่ความคมชัดและสีสันเป็นรองกล้องตัวหลักเหมือนรุ่นอื่นๆ น่ะแหละ

 

ลองดูตัวอย่างภาพสิ เอากล้องหน้ามาถ่ายวิวทิวทัศน์...เอ่อ

อย่าให้ขยายเลย ผมขอร้อง

 

มาถึงเรื่อง ISO บ้าง หลายคนอยากเห็นน้อยส์ของภาพ

อยากรู้ว่ามันเนียนแค่ไหน พอจะสู้กล้องคอมแพคได้หรือเปล่า

เดี๋ยวเราจะได้เห็นกันครับ

ในส่วนของการปรับตั้ง Arena รองรับ ISO ระหว่าง 100 - 800

หรือจะเลือกเป็นออโต้ก็ได้

 

อะ ลองดูคุณภาพไฟล์เลย ด้านซ้ายคือ 100 และขวาคือ 800

ถ่ายมาแล้วจัดการครอปที่ 100%

แต่ช้าก่อน คงไม่มีใครซูมภาพที่ 100% ทุกครั้งหรอกนะ

 

การใช้งานโหมดมาโคร เท่าที่ลองถ่ายตัวหนังสือมา

พบว่ามันจะจับโฟกัสได้ที่ประมาณครึ่งไม้โปรหรือ 7-8 cm

 

ในภาพตัวอย่าง ทำไมมีวงแดงตรงกลางภาพหว่า

ภาพเต็มสามารคลิกที่ลิง เอ้ย ลิ้งค์ด้านล่างได้เลยครับ

 http://upload.bluegy.com/uploads/a4000a54e045c724bc112aa47033ba91.JPG

 

แฟลชสามารถเลือกเปิด ปิด หรือใช้อัตโนมัติได้

เนื่องจากว่าไม่ได้เป็นแบบ Xenon อย่างที่ใฝ่ฝันหา

ทำให้มันใช้เป็นไฟส่องสว่างยามถ่ายวิดีโอได้ด้วย

อย่างน้อยในข้อเสียมันก็มีข้อดีล่ะนะ

แถมยังใช้เป็นไฟช่วยโฟกัสในที่มืดได้อีกต่างหาก

 

ระยะทำการของแฟลชที่ 1 เมตร ยังทำให้วัตถุในภาพสว่างขึ้นมาได้พอสมควร

แต่จริงๆ มันก็ไม่ไกลกว่านี้มากหรอก แค่นี้ยังมืดแล้วเลย

http://upload.bluegy.com/uploads/4057c5012fd94b721383978037552052.JPG

 

ความสามารถของกล้องในส่วนอื่นก็ยังมี

ระบบกันสั่น (Image Stabilization) ที่ทำงานไม่เห็นผลสักเท่าไหร่

ภาพนี้ผมถ่ายนาฬิกาในที่ที่มีแสงน้อยมา

แต่เนื่องด้วยว่ามันเป็นกล้องมือถือที่ยังไม่เก่งถึงขั้นว่าปรับสปีดชัตเตอร์ได้

เลยทำได้เพียงแค่การเปิดและปิดระบบกันสั่นแล้วถ่ายรูปมา

เห็นได้ว่าทั้งสองภาพไม่มีความแตกต่างในเรื่องความคมชัด

ทั้งที่ผมครอปมา 100% แล้ว

แถมการเปิดระบบกันสั่นยิ่งทำให้ชัตเตอร์ทำงานได้ช้าลง

สังเกตได้ว่่าเวลากดชัตเตอร์ปุ๊บ ต้องถือเครื่องให้นิ่งไว้ก่อน

ไม่งั้นภาพจะเน่าไปเลยครับท่านผู้อ่าน

 

ที่ใช้งานได้จริงเห็นจะเป็นเรื่องการปรับ White Balance

ลองดูภาพที่ถ่ายจากไวท์บาลานซ์ต่างกันออกไป

ภาพแรกใช้โหมดออโต้ และภาพที่สองเป็น Incandescent

ถ่ายใต้สภาวะแสงที่เป็นหลอดไฟ warm light

ดูแล้วทำงานได้ดีพอสมควรสำหรับระบบปรับสมดุลแสงขาว

 

ฟีเจอร์อื่นที่ยังไม่ได้พูดถึงก็เหลือพวกการใส่ grid lines ลงในภาพ

เพื่อกะตำแหน่งของวัตถุแบบ 2x2 และ 3x3

การใส่เอฟเฟ็คสี การถ่ายแบบ continuous และการใช้ภาครับสัญญาณ GPS 

มาทำงานร่วมไปด้วยใน geo-tagging

ที่เหลือก็งั้นๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ เพราะกล้องมือถือรุ่นอื่นเขาก็มีกัน

 

ในส่วนของการถ่ายวิดีโอ มีอะไรให้เล่นอีกนิดหน่อย

ที่เด่นเลยคือ Arena บันทึกวิดีโอได้บนความละเอียดระดับ HD

ขาเดฟ เอ้ย ไฮเดฟ (720 x 480 px)

เสียดายที่โฟกัสก่อนไม่ได้ แต่ก็มีฟังก์ชั่นอื่นมาทดแทน

 

อาทิ การถ่ายแบบ Slow motion และ Fast motion

ใครจะเอาไปถ่ายทำหนังจีน แบบคนกำลังบินบนสลิง

หรือถ่ายฉากต่อสู้แบบหนังฮอลลิวูดก็ลองดู

 

ส่วน viewfinder ปกติของวิดีโอมีหน้าตาเป็นแบบนี้

ต่างออกไปจากของกล้องภาพนิ่งนิดหน่อย

 

ส่วนที่เหลือเป็นการโชว์ภาพถ่ายและวิดีโอจาก Arena ครับ

http://upload.bluegy.com/uploads/aec2d2f5c885e45f658bb0d3cf212307.JPG

 

http://upload.bluegy.com/uploads/3b39b38d6f44d4331b9179a3b3aa55e9.JPG

 

http://upload.bluegy.com/uploads/5e11451c54a47fef0a4ead87c75642a8.JPG

 

http://upload.bluegy.com/uploads/7c5ec6a3a6280040e6f71b05a5c1fa02.JPG

 

http://upload.bluegy.com/uploads/bb34b3d2c4cadbd49a2cfb077f0d982f.JPG

 

http://upload.bluegy.com/uploads/738e66fa2a0cdce955b538ae78fd3608.JPG

 

http://upload.bluegy.com/uploads/e1d9a3b702737311925f8382ab075388.JPG

 

http://upload.bluegy.com/uploads/3937e1eb4fc26a37e48cd673c61dae6f.JPG

 

ทิ้งท้ายไว้ด้วยตัวอย่างวิดีโอจากเครื่อง

อันแรกถ่ายด้วยโหมดปกติ คลิก

อันที่สองเป็น fast motion คลิก

และสุดท้ายคือ slow motion คลิก

 

 

กรุณาติดตามตอนต่อไปด้วยครับ

เพราะท่านจะได้เห็นว่า

กล้องของ Arena VS กล้องคอมแ

ผลการดวลจะออกมาในรูปแบบไหน!!!

 

พระเอกออกโรง "S-Class UI"

posted on 11 May 2009 09:55 by iamarte

พูดถึง S-Class บางคนอาจคิดไปถึงเรื่องรถสุดหรูจากค่าย Mercedes

มันไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เราจะคุยกันวันนี้หรอก

เพราะนี่เป็นบล็อกเกี่ยวกับเทคโนโลยีสื่อสารครับ

สมัยนี้มือถือจะสวยแต่ภายนอกอย่างเดียวไม่ได้แล้ว

เมนูอะไรต่างๆ ตลอดจนการทำงานภายในต้องดึงดูดด้วย

เพราะไอโฟนตัวเดียวนั่นแหละที่ทำให้เกิดกระแสอันนี้ขึ้นมา

ใครจะบอกว่ามันทั้งคู่เทียบกันไม่ได้

อย่าเสียเวลาห้ามผมเลย เพราะขนาด LG ยังคิดจะลอก UI ของ OSX มา

แล้วประสาอะไรกับผู้ใช้อย่างเราที่จะเอาไปเปรียบเทียบ

แถมสวยอย่างเดียวไม่ได้ด้วยนะ

ต้องสั่งงานแบบเท่ๆ ด้วยการเอานิ้วจิ้มได้ด้วย

สมัยนี้ปากกาสไตลัสโดนตัดความสำคัญออกไปแทบจะหมดแล้ว

เหมือนพระเอกละครโดนหั่นค่าตัวประมาณนั้นเลย

 

หลังจากปลดล็อคหน้าจอด้วยแตะแถบ Lock Screen ค้างไว้แล้ว

หน้าแรกที่เจอจะเรียกว่า Homescreen ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 หน้า

ได้แก่ Shortcut - Widget - Contacts - Multimedia

เราสามารถเลือกให้หน้าไหนเริ่มต้นก็ได้ สมมุติว่าฟังเพลงและดูภาพบ่อย

ก็เปิดหน้า Multimedia เป็นหน้า default

มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละหน้าเป็นมีลักษณะอย่างไรบ้างครับ

 

Shortcut (ทางลัด)

ให้เราใส่ไอคอนเมนูลัดที่ใช้่บ่อยไว้บนหน้านี้ 9 รายการ

ลักษณะการใช้งาน Homescreen มีคำสั่งอยู่อันนึงที่ใช้ได้ทุกหน้า

นั่นคือการ edit ครับ เพียงกดที่ไอคอนแช่เอาไว้สักพัก

ประเดี๋ยวเราก็จะแก้ไขไอคอนต่างๆ เหล่านี้ได้แล้ว

 

Widget

สมัยนี้มือถือเกาหลีรุ่นที่เป็นจอสัมผัสแทบทุกรุ่นต้องมี Widgets

มันคือเครื่องมือต่างๆ ที่วางตัวอยู่บนหน้าจอหลักนี่แหละ

ทำให้เราเรียกใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้สะดวก

ถ้าถามว่ามันต่างกับเมนูลัดเมื่อกี๊ยังไง

ผมว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับการมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction)

และทำงานแบบออนไลน์ได้นะ

อย่างนาฬิกาก็จะมีการเคลื่อนไหวแบบอนาล็อก

ช่องสำหรับเช็คสภาพอากาศก็จะถูกอัพเดตเมื่อเราต่ออินเทอร์เน็ต

สำหรับ Arena แล้ว จะมี Widgets ให้ใช้แค่ 9 อัน ตามภาพที่เห็นเลย

 

Contacts

เป็นแหล่งรวบรวมรายชื่อที่ใช้บ่อยเข้าไว้ด้วยกัน

แถมใส่ภาพให้เห็นหน้ากันแบบเต็มๆ

นอกจากนี้ยังเลือกแสดงเป็นรายการแบบวงแหวน

จะโทรออกหรือส่ง SMS ไปยังเบอร์ไหนก็จิ้มที่ภาพ

หรือเรียงเป็นตับแบบ Grid ก็ยังได้

 

Multimedia

หน้ามัลติมีเดียจะถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งนึงคือเพลง ฝั่งนึงคือภาพ

อันที่จริงมันแสดงแบบ Grid ได้ด้วยนะ แต่ผมไม่ได้ถ่ายมาให้ดู

เมื่อแตะไปที่แถบเพลง เพลงจะเล่นขึ้นมาทันที

พร้อมแสดงปกอัลบั้มเป็นรูปซีดีหมุนๆ เหมือนเครื่องเสียงตัวใหญ่

หากแตะไปที่แถบภาพ แกลเลอรี่ขนาดเล็กจะลอยขึ้นมา

โดยที่ทั้งคู่ยังไม่ใช่เครื่องเล่นเพลงและแกลเลอรี่หลัก

นอกจากนี้เรายังเลือกภาพและเพลงที่เป็น favorites ได้ด้ว

 

ในกรณีที่อยากเปลี่ยนหน้า Homescreen แบบเร็วหน่อย

ให้แตะปุ่มตรงกลางเพื่อเรียกโฮมสกรีนแบบ Cube ออกมา

ทีนี้จะหมุนไปทางไหน ซ้ายทีขวาที เอาให้มึนก็ไม่ว่ากัน

 

 

การตั้งค่าในส่วนของ Homescreen ตามที่บอกไว้แล้ว

เลือกเอาตรงนี้เลยว่าจะให้หน้าไหนเป็นหน้าหลัก

 

อีกครั้งที่ UI ของ LG สามารถปรับขนาดฟอนท์ให้ใหญ่ขึ้นได้

เห็นแถบด้านล่างมีให้เปลี่ยนรูปแบบฟอนท์ด้วย

แต่ข้างในยังไม่มีอะไรให้เลือกนอกจาก Gothic ครับ

คาดว่าจะตามมาใน F/W เวอร์ชั่นต่อๆ ไป

 

ดูกันอีกนิดว่ามันยังตั้งค่าหน้าจอยังไงได้บ้าง

 

เนื่องจากเป็น Full touch-screen phone การโทรออกจึงต้องจิ้มเอา

ผ่านคีย์แพดนี้ แล้วคุณเห็นระบบ Smart Search ไหมครับ

รุ่นนี้ดีตรงที่มันหาเบอร์ได้แบบฉลาดสุดๆ คือ กดลัดจากชื่อหรือเบอร์ก็ได้

สมมุติผมจะโทรหา Doraemon ก็กดแค่ 3(D) - 6(O) - 7(R) - 2(A)

เบอร์ก็จะแสดงขึ้นมาให้แล้ว หรือในกรณีที่จำเบอร์ได้ 

ให้เราจิ้มเบอร์ตามปกติเลย ในที่นี้ได้แก่ 0812222222 พิมพ์ไปแค่ 4 ตัว

เดี๋ยวมันก็ค้นให้เราเองโดยอัตโนมัติ

 

แสดงประวัติการใช้สายด้วยรายการแบบนี้ครับ

ถ้าอยากโทรออก ให้กดปุ่มรูปโทรศัพท์เขียวๆ ด้านข้างได้เลย

เบอร์โทรเข้าจะแสดงเป็นรูปลูกศรสีน้ำเงินชี้หาโทรศัพท์

เบอร์โทรออกแสดงด้วยลูกศรสีเขียวชี้ออกจากโทรศัพท์

ส่วนเบอร์ไม่ได้รับเป็นรูปจุดๆ

อ้อ มันยังเก็บประวัติการใช้ข้อความของเราไว้ด้วยนะ

สังเกตได้จากรูปซองจดหมายในภาพครับ

 

สมุดโทรศัพท์ครับ เอามาให้ดูนิดนึงก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากันเต็มๆ ในรีวิวฉบับหลังๆ

 

การพิมพ์ข้อความต้องอาศัย virtual keyboard

ระบบสะกดคำ T9 จะใช้ได้เฉพาะตอนเราเปิดโหมด virtual keypad

หรือคีย์แพดในแนวตั้งอยู่

ส่วนแนวนอนยังต้องจิ้มเอาเหมือนคีย์บอร์ดปกติ

เสียดายที่ภาษาไทยเรียงกันแปลกๆ นี่ด้วยสิ

อย่างตัว ถ ก็ต้องกดซ้ำที่คีย์เดิม 3 ที ความเร็วในการพิมพ์จึงตกไปบ้าง

 

เมนูภาษาไทยครับ

LG เป็นมือถือที่ใช้ฟอนท์ไทยสวยสุดแล้ว เพราะมันคือ Tahoma นั่นเอง

 

เมนูแนวตั้งแบบเต็มๆ เรียงตัวเป็นตารางกริด (Grid)

หรือแบ่งออกเป็น 4 แถว (4 rows) ในแต่ละแถวสามารถเลื่อนซ้ายขวาได้

เพื่อเลือกไอคอนที่ซ่อนอยู่ ถ้าอยากเห็นไอคอนแบบเต็มชุด

ให้ตะแคงเครื่องเป็นแนวนอนฝั่งไหนก็ได้

ทีนี้เมนูทั้งหมดจะถูกแสดงขึ้นมาครับ

 

 

การแตะหน้าจอในแต่ละครั้ง เครื่องจะทำการสั่นเตือน (Haptics feedback)

และมีเสียงร้องกุ๊งกิ๊ง ทั้งหมดเราสามารถปิดได้ถ้าไม่ต้องการ

ทั้งยังประหยัดแบตด้วยนะ

 

ล็อคแอพพลิเคชั่นไว้ด้วยรหัสผ่าน ถ้าไม่อยากให้ใครยุ่มย่ามกับโทรศัพท์เรา

ก็เปิดฟังก์ชั่นนี้ไว้

 

การตั้งวันที่และเวลา คุ้นๆ ว่าเหมือนของไอโฟนไหมครับ

อย่างนี้จะไม่ให้ผมเปรียบเทียบอีกเหรอ!!!

 

Memory manager เราสามารถตรวจสอบขนาดของไฟล์ทั้งหมดได้ที่นี่

หน่วยความจำหลักที่ใช้ในการเก็บคอนเทนท์ของ Arena 

มีมากถึง 8 กิกะไบต์เลยทีเดียว

 

การทำงานแบบ Multitasking ของ Arena ยังดูไม่ค่อยสมบูรณ์

เพราะสามารถเปิดได้เฉพาะโปรแกรมบนหน้านี้เท่านั้น

แถมเปิดได้พร้อมกัน 2 อันแค่นั้นเอง

โปรแกรมไหนเปิดอยู่ ไอคอนที่เห็นจะเต้นกระดุ๊กกระดิ๊กเรียกร้องความสนใจ

ถ้าต้องการปิดโปรแกรมที่เปิดค้างอยู่ให้หมด เพียงเลือก End all ที่ด้านล่างครับ

 

เมื่อแตะไปที่พื้นที่ด้านบนจอแถวๆ แถบแสดงเวลาและแบตเตอรี่

หน้าจอ Status bar จะเด้งออกมา

มันทำหน้าที่อย่างที่เห็นครับ คงไม่ต้องอธิบายนะ

 

 

ทิ้งท้ายไว้กับ YouTube เช่นเคยครับ คราวนี้มี 2 ตอนเน่อ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ

แล้วอย่าลืมไปจองกันล่ะ ใครไม่เอาของแถม ยกให้ผมได้ :P

http://www.lgmobilelover.com/arena.php

 




สัมผัสด้วยตากับ LG Arena

posted on 05 May 2009 14:33 by iamarte

กำหนดการที่จะอัพเดตบล็อกเที่ยวนี้คือวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่มีเหตุจำเป็นที่ต้องเลื่อนมาหนึ่งวัน

เอาเป็นวันหยุดนี่แหละ เผื่อจะมีคนอ่านเยอะขึ้น

วันนี้ผมถ่ายรูปเครื่องหลายๆ มุมมาให้ดู แบบว่าบางทีเราไปอ่านรีวิวที่ฝรั่งเขาทำ

ผมก็ชอบเปิดดูแค่ภาพในตอนแรกนะ ดูเรื่อยๆ เพลินๆ ดี ถือเป็นออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อย

ก่อนที่จะเข้าไปดูฟังก์ชั่นในตัวของ Arena แล้วกัน และที่ขาดไม่ได้คือ

คลิปวิดีโอที่เอาไปฝากไว้กับ YouTube เช่นเคย มาพร้อมกับเพลง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ของ SNSD เชียวนะ

 

 

กรอบสีเงินที่เห็นด้านหน้านี้เป็น stainless steel ทั้งเฟรมเลย

ลองเบ่งพลังลมปราณกดดูแล้วไม่มียุบ ตรงนี้ได้ใจผมไปเต็มๆ

ใครมาหาว่ารุ่นนี้ประกอบไม่ดี เถียงขาดใจ

 

 

ด้านหน้านอกจากมีจอแสดงผลขนาด 3 นิ้วแล้ว ส่วนบนประกอบไปด้วย

เลนส์กล้องตรงมุมขวา ส่วนมุมซ้ายมีเซ็นเซอร์ที่เอาไว้รับแสง

เพื่อปรับแบ็คไลท์ของจอโดยอัตโนมัติ และอีกตัวเป็นเซ็นเซอร์ที่คอยวัดระยะห่าง

ระหว่างหน้าของเรากับตัวเครื่อง (Proximity Sensor) ใช้ในการปิดหน้าจออัตโนมัติ

ตอนที่เราคุยกับเพื่อนอยู่นั่นเอง

 

 

ขณะที่ด้านล่างมีปุ่มแบบสัมผัสอยู่ 3 ปุ่ม ได้ความว่าปุ่มนึงเป็นปุ่มสำหรับโทรออก-รับสาย

ปุ่มนึงเป็นปุ่มวางสาย และตรงกลางเป็นปุ่มเรียกหน้า่โฮมสกรีนแบบ Cube

หรือกดค้างก็จะกลายเป็นการเรียกดูโปรแกรมที่รันอยู่ใน Multi-task

 

 

ต่อกันที่หัวขาวๆ แบบไร้รังแคกันบ้าง

ส่วนนี้มีรูเสียบหูฟังที่เป็นแจ็ค 3.5 mm สลักปลดล็อคฝาหลัง และปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง

ไอ้ปุ่มที่ว่านี้มันยังเป็นยานอนหลับ ทำให้เครื่องเข้า่โหมด Sleep ได้ด้วย

กดปุ๊บ Arena จะทำการล็อคตัวเองทันท

 

 

 

ไม่รู้ทำไม LG ยังใช้พอร์ตเดิมของตัวเองอยู่ ทั้งที่ยี่ห้อคู่แข่งอย่างซัมซุงเริ่มเอา

microUSB มาเล่นแล้ว จุดนี้ปิดกันฝุ่นไว้ด้วยฝาเลื่อนที่ทำจากพลาสติก

ดูแล้วแข็งแรง และไม่ต้องกลัวว่ามันจะหลุดไปไหน ผมทำเป็นภาพอนิเมชั่น

จะได้เห็นการเคลื่อนไหวเล็กๆ ของมันครับ

 

 

ด้านขวามีปุ่มปรับเสียงและชัตเตอร์ที่รองรับ AF คือ กดได้สองจึ๊ก 

ปุ่มพวกนี้ไม่มีปัญหาอะไรกับการใช้งาน แถมสวยอีกด้วยแน่ะ

เพราะซ่อนไว้กับเฟรมของเครื่องได้เนียนทีเดียวเชียว

 

 

หลังก็ขาวเหมือนกัน อันที่จริงเป็นสีบรอนซ์เงินเหมือนไอโฟน

ปัญหาที่พบก็ไม่ต่างกับไอโฟนเลยคือมันลื่น!! เนื่องจากเป็นอลูมินัมขัดด้าน

หลุดมือได้ง่ายมาก ใครจะใช้ต้องระหวังหน่อย หล่นไปวัดพื้นเมื่อไหร่

น้ำตานองได้เมื่อนั้น แต่ก็ดีตรงที่มันดูไฮโซโก้เก๋นี่แหละ

นอกนั้นส่วนประกอบอื่นก็มีเลนส์กล้องที่เขาเคลมว่าเป็นเลนส์จาก

Schneider-Kreuznach และแฟลชแบบ LED

พร้อมโฆษณาสรรพคุณของเครื่องไ้ว้ตรงนี้เสร็จสรรพ

 

 

เปิดดูแผ่นหลังแท้ๆ ของมันซิ

อื้อหือ เจอแต่แบต ที่ใส่ซิมการ์ด และที่ใส่ microSD

ไม่ต้องห่วงว่าต้องปิดเครื่องก่อน เพราะมันเป็นแบบ hot swap

นอกนั้นไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

 

 

ทีนี้มาเทียบสัดส่วนกับไอโฟนบ้าง

 

 

ช่วงเอวสูสี หนาพอกัน แต่ในรูปมันหลอกตา เพราะไอโฟนมันเป็นสีดำน่ะ

 

 

ส่วนสูงห่างกันเยอะพอสมควร พกง่ายกว่ากันเยอะ เชื่อผมเหอะ

 

 

ด้วยขนาดตัวที่ต่างกัน พื้นที่แสดงผลเลยเล็กกว่าอย่างเลี่ยงไม่ได้

แต่เรื่องความสวยงามคงต้องให้ Arena ล่ะครับ จอมันใส สว่าง สีสด และละเอียดดีจริงๆ

 

 

ทิ้งท้ายไว้ด้วยคลิปวิดีโอตามที่สัญญาไว้

จริงๆ มันก็ไม่ต่างจากภาพข้างบนหรอก

แต่ประมาณว่าอยากอินเทรนด์ เล่น YouTube กับเขาบ้างน่ะ

 

ล้วง แคะ แกะ กล่อง LG Arena

posted on 30 Apr 2009 14:55 by iamarte

เอาไงดีล่ะ เพิ่งหัดทำบล็อกเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากปุ่มไหน ช่องไหน
เกิดอาการสับสนทาง....สมอง
ถ้าไม่สวย ไม่งาม หรืออ่านไม่รู้เรื่องก็ขออภัยไว้ก่อนเลยนะคร้าบ

เข้าเรื่องดีกว่า
พอดีว่ามีโอกาสได้เล่น LG KM900 Arena หลังจากได้สัมผัสไอโฟนมาพักใหญ่ๆ (เอ่อ เป็นปีละ)
และครั้งนี้ยืมเจ้าของเขามาได้นาน กะว่าจะมาทำรีวิวแบบที่คนอื่นชอบทำให้ดูกัน
เอาแบบละเอียดยิบ ขุดความสามารถที่มีอยู่อันน้อยนิดมาใช้ให้หมดเลย
หวังว่าคงอิ่มกับอาหารตาชุดแรกนี้นะครับ

 

 

ตามธรรมเนียมเราต้องมาแกะกล่องดูกันก่อนว่าแอลจีเขาให้อะไรมาบ้าง
เปิดกล่องออกมา พบ Arena นอนอย่างสงบนิ่งอยู่ มันยังไม่ตาย แค่ยังไม่เปิดเท่านั้นเอง

 

 

อย่างแรกที่ต้องมีคือตัวเครื่องครับ ใครซื้อแล้วไม่ได้เครื่อง รีบกลับไปทวงที่ร้านเลยนะ :P

 

 

แบตเตอรี่ขนาด 1,000 มิลลิแอมป์ ความจุเยอะ แต่ก้อนไม่ใหญ่ แข็งและดำ สงสัยไม่ค่อยกินผัก

 

 

Charger เอาไว้ประจุไฟ มีหัวต่อในแบบของ LG

 

 

สายเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ก็เป็นหัวของ LG เช่นกัน เจ้านี้ยังไม่ยอมเปลี่ยนเป็นมาตรฐาน micro หรือ mini USB แฮะ

 

 

หูฟังแบบอินเอียร์ครับ ปลายข้างหนึ่งเป็นแจ็ค 3.5 mm ใช้เสียบกับเครื่องเพื่อฟังเพลงได้เลย

 

 

สังเกตให้ดี ที่ตัวหูฟังเองจะมีไมโครโฟนซ่อนอยู่ แถมเป็นปุ่มกดเพื่อรับและวางสายได้ด้วย มาแนวไอโฟนอีกแล้ว

 

จุกยางสำรองอีกสองชุด ซึ่งมีขนาดแตกต่างกันออกไป

 

ยังครับ มันยังไม่หมดเท่านี้ เห็นว่าถ้าไปจองผ่านเว็บไซต์ http://www.lgmobilelover.com/arena.php
จะได้รับของแถมมูลค่า 4,000 บาท พระเจ้า!
แถมจองฟรี ประมาณว่าจองๆ ไปเหอะ ไม่เอาเครื่องก็ไม่มีใครว่า (แต่ใครจะบ้าไปกดเล่นล่ะครับ)
รีบกันหน่อยนะ เขาให้เวลาถึงวันที่ 12 พ.ค. นี้เอง
ใครได้เครื่องมาแล้ว ลองเอามาเล่นเป็นเพื่อนกัน

 

 

จุดเด่นของเครื่อง
- จอ 480 x 800 พิกเซล (Capacitive) สวยและละเอียดที่สุด ณ ตอนนี้ แถมเป็น Multi touch ซะด้วย
- S-Class UI สวยและแจ่มที่สุด ณ ตอนนี้ (เอ๊ะ คล้ายๆ ข้อแรกยังไงไม่รู้)
- ตัวเครื่องประกอบได้สุดยอดมาก วัสดุเป็นโลหะประมาณ 80-90%
- มีทั้งเซ็นเซอร์ accelerometer proximity และ ambient light
- กล้อง 5 ล้าน และกล้องวิดีโอความละเอียดระดับ HD
- เมมโมรี่ในตัว 16GB
- FM transmitter สำหรับส่งเพลง MP3 ไปฟังผ่านวิทยุในรถ
- มี GPS เอาไว้ใช้กับ Google Maps
- การเชื่อมต่อทั้ง Wi-Fi BT และ TV-OUT
- ยังไม่หมดหรอก แต่นึกไม่ออกแล้วจ้า


 

 

วันนี้ขอจบการทำแกะกล่องไว้เพียงเท่านี้ก่อน คราวหน้าเห็นภาพเครื่องพร้อมส่วนสัดกันแบบชัดๆ
ใครดูแล้วลงนามเป็นผู้เยี่ยมชมไว้ด้วยก็ดีครับ เพื่อเป็นกำลังให้คนเขียน
สวัสดีคร้าบ